วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สามเหลี่ยมในวงกลม...อีกหนึ่ง rare item



๐ พิมพ์ครั้งที่ 1 สำนักพิมพ์กอไผ่ มีนาคม พ.ศ.2529



กล่าวได้ว่ารวมเรื่องสั้น สามเหลี่ยมในวงกลม อยู่อันดับต้นๆ ในทำเนียบ rare item ของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ 

rare item คือ "หายาก" เป็นที่ต้องการของนักสะสม บางคนอาจมองว่าพบเจอได้ยากกว่าปกแข็งของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ บางเล่มเสียอีก

ในเล่มไม่มีคำนำสำนักพิมพ์เล่าถึงที่มาที่ไปของการจัดพิมพ์ นอกจากคำโปรยโฆษณาบนปกหน้าว่า "นักเขียนเรื่องสั้นดีเด่น 100 ปีเรื่องสั้นไทย" ซึ่ง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้รับการประกาศเกียรติโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยก่อนหน้านี้ไม่นาน

การจัดพิมพ์จึงอาจเกิดขึ้นโดยเจตนาสอดรับกับการประกาศผลดังกล่าว

จุดที่ยืนยันได้ประการหนึ่งคือ รวมเรื่องสั้นชุดนี้ไม่ได้เป็นชุดงานเขียนที่มาจากแฟ้มต้นฉบับดั้งเดิมของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เนื่องจากเรื่องสั้นทั้ง 16 เรื่อง เคยผ่านการรวมเล่มมาแล้ว ส่วนใหญ่อยู่ใน 23 เรื่องสั้น และ ไม่นานเกินรอ เสริมด้วย 2 เรื่องจาก แม่ม่ายบุษบง ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1

อย่างไรก็ดี เมื่อเป็นเล่มหายากแล้วควรจะนำมาพิมพ์เผยแพร่ซ้ำอีกครั้งหรือไม่ สำหรับเราคิดว่าไม่จำเป็น

เหตุผลแรกที่กล่าวไว้แล้วคือ เพราะ สามเหลี่ยมในวงกลม ไม่ได้เป็นชุดงานเขียนที่มาจากแฟ้มต้นฉบับดั้งเดิมของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ดังนั้น ในปัจจุบันหากสำนักพิมพ์ใดจะพิมพ์เรื่องสั้นนอกเหนือจากรวมเรื่องสั้นจากแฟ้มต้นฉบับเล่มหลักๆ อย่าง 23 เรื่องสั้น ไม่นานเกินรอ มาดเกี้ยว และ ฝนเหล็ก--ไฟปืน '๓๕ แล้ว บรรณาธิการสามารถทำหน้าที่คัดสรรเองพร้อมกับให้ชื่อหนังสือใหม่ได้เลย เป็นเครดิตของบรรณาธิการและสำนักพิมพ์ด้วย แทนที่จะหยิบเล่มเก่าที่คนอื่นทำไว้มาพิมพ์ใหม่

อีกเหตุผลคือ เรื่องสั้น 16 เรื่อง ใน สามเหลี่ยมในวงกลม ซ้ำกับเรื่องสั้นใน ไม่นานเกินรอ และ มาดเกี้ยว ซึ่งมีฉบับพิมพ์ใหม่หมาดๆ รวมกันถึง 10 เรื่อง ถ้าพิมพ์ออกมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกันคงไม่คุ้มสำหรับผู้อ่านเท่าใดนัก

ดังนั้น ปล่อยให้เป็น rare item พิมพ์ครั้งแรกและครั้งเดียวไปก่อนดีกว่า







วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

รวมคอลัมน์ # 7 : ควันบุหรี่ & พิมพ์ดีด



คอลัมน์ ควันบุหรี่หลังแท่นพิมพ์ดีด
นิตยสาร ไทยโทรทัศน์
พ.ศ.2509




คอลัมน์ ควันบุหรี่หลังแป้นพิมพ์ดีด
นิตยสาร ชาวกรุง
ตั้งแต่ ตุลาคม พ.ศ.2516 - กรกฎาคม พ.ศ.2517




คอลัมน์ ควันบุหรี่หลังแป้นพิมพ์ดีด
นิตยสาร ฟ้าเมืองทอง
ตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ เมษายน พ.ศ.2519 - ฉบับที่ 42 กันยายน พ.ศ.2522 

*ส่วนหนึ่งรวมเล่ม แอลกอฮอลิเดย์









วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558

เสมือนคำนำ : บริจิตต์ ชบาในไรแดด





[เสมือนคำนำ :
บริจิตต์ ชบาในไรแดด]

ในหนังสืออนุสรณ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ พ.ศ. 2552 มีการจัดรวบรวมรายชื่อหนังสือทุกเล่มของเขา จัดทำสรุปย่อ รวมทั้งเกร็ดประวัติของหนังสือกว่า 100 เล่มที่ตีพิมพ์จำหน่ายในช่วงชีวิต นั่นเป็นงานที่ทำให้ตระหนักว่า ยากยิ่งที่นักเขียนสักคนจะมีผลงานเป็นที่ยอมรับของผู้อ่านนานหลายทศวรรษและมีจำนวนมากมายเช่นนี้

แต่ 6 ปีผ่านไป เราพบด้วยความตื่นเต้นว่า ‘บริจิตต์ ชบาในไรแดด’ ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในจำนวนนั้น ทั้งที่ต้นฉบับชิ้นนี้เขียนขึ้นและทยอยตีพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2525

หรือกว่า 30 ปีที่แล้ว

นี่คือประวัติศาสตร์ที่เพิ่งค้นพบ

เรานำเรื่องนี้ไปปรึกษาคุณสุมาลี วงษ์สวรรค์ ภรรยาของเขา เธอก็ตื่นเต้นแต่ดูไม่ประหลาดใจนัก นำเราไปชมห้องทำงานของ ’รงค์ ซึ่งเก็บทุกอย่างไว้ดุจดังเมื่อเขายังอยู่

เหนือโต๊ะทำงานยังเต็มไปด้วยหนังสือ ผนังข้างที่นั่งยังมีโน้ตแผ่นเล็กกลัดบางความคิดที่วาบแล่นขึ้นมาติดอยู่ คล้ายว่ามันเพิ่งถูกคิดได้และบันทึกเก็บไว้เมื่อวานนี้ และห่างไปราว 2 เมตรตรงหน้า ในตู้ใบใหญ่ท่วมศีรษะ แฟ้มกระดาษจำนวนมากอัดแน่นในนั้น ข้างในเป็นต้นฉบับที่แยกคัดจัดเรียงไว้อย่างประณีต และส่วนใหญ่ยังไม่ได้รวมเล่ม

’รงค์ เป็นนักเขียนที่ทำงานหนักมาก ภาพในความทรงจำของเราก็คือ ราวหลังเวลา 9 นาฬิกาเศษของทุกวัน ’รงค์ ในเครื่องแต่งกายสะอาดและเท่จะนั่งพร้อมที่โต๊ะทำงานของเขา ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่ง แววตาคิดครุ่น และปลายนิ้วคล้ายขยับเต้นรำเหนือแป้นพิมพ์ดีด

เขาจะเพลิดเพลินกับงานจนเข็มนาฬิกาคล้อยบ่ายจึงจะหยุดเพื่อรับประทานอาหารเที่ยง หลังจากนั้นจึงเป็นเวลาพักผ่อนราว 2-3 ชั่วโมง เขาจะตื่นวอร์มอัพร่างกายด้วยการสนทนากับแมวและต้นไม้ นั่งโต๊ะทำงานและหักโหมกับมันจนเลยล่วงเที่ยงคืน ต้นฉบับแต่ละชิ้นจะมีกระดาษคาร์บอนบันทึกสำเนา

วันหรืออาจจะสองวันรุ่งขึ้น ต้นฉบับถูกส่งให้นิตยสาร ส่วนสำเนาส่งให้คุณสุมาลี เธอรับไปเจาะสีข้างของมัน เก็บรวมไว้ในแฟ้มปกกระดาษ ซึ่งมักจะใช้หลังปกเป็นหน้าปกเพื่อความโล่งสบายตา ทุกปกมีลายมือของเขาและอาจมีบันทึกเพิ่มเติมติดไว้ตามนิสัยช่างคิดและรอบคอบ

นั่นคือที่มาของแฟ้มจำนวนมหาศาล แต่สาเหตุที่มันยังมิได้รวมเล่ม คุณสุมาลีเล่าว่า เป็นเพราะเขายังไม่มีเวลาจะจัดการกับมัน

เมื่อการทยอยดีพิมพ์ในหน้านิตยสารจบลง การทำงานจะเริ่มต้นอีกครั้ง เป็นการเลือกคัดเรื่องหรือจัดลำดับใหม่ ในกรณีเรื่องสั้น หรือการแก้ไขหรือเพิ่มเติมในกรณีสารคดี เรื่องจากบางแฟ้มอาจถูกยุบรวมไปอยู่อีกแฟ้มหนึ่ง บางบทบางตอนยิ่งกว่านั้น มันถูกคัดทิ้งอย่างไม่แยแส ’รงค์ มักใช้ประโยคหนึ่งสอนญาติน้ำหมึกผู้อ่อนอาวุโสว่า “เราจำเป็นต้องฆ่าบางต้นฉบับ ไม่อย่างนั้นมันจะย้อนกลับมาฆ่าเรา”

ต้นฉบับที่คัดสรรจนพอใจแล้วเท่านั้นที่จะได้รับการอนุญาตให้นำตีพิมพ์

ดังนี้ หมายความว่า ‘บริจิตต์ ชบาในไรแดด’ เรื่องนี้ เขายังไม่พอใจเช่นนั้นหรือ ?

สำนักพิมพ์คงไม่สามารถก้าวล่วงทั้งผู้เขียนและผู้อ่านด้วยการยัดเยียดคำตอบตามอัตตาของตน เราเชื่อว่าผู้อ่านสามารถตัดสินคำตอบด้วยตัวเองได้ แต่ยืนยันได้ว่าสิ่งที่เราทำคือทำตามแนวคิดของ ’รงค์ อย่างหนักแน่น คำถามที่เรามีต่อตัวเองและต่อตัวงานก็คือ หนังสือเล่มนี้เป็นไปเพื่อเชิดชูชื่อเสียงของเขา หรือทำให้มันมัวหมองเป็นมลทินกันแน่ ?

เราไตร่ตรองจนได้คำตอบแน่ชัด เป็นคำตอบแรก

เราจึงเชื่อมั่นและภูมิใจนำเสนอสารคดีเล่มนี้ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์

ในห้อมของคลื่นทะเล นิวเมีย (Noumea) หรือนิวคาลิโดเนีย (New Calidonia) เป็นประดุจเพชรแห่งแปซิฟิค โพ้นไปทางตะวันออกของเกาะออสเตรเลียราว 16,000 กิโลเมตร ทอดตัวเกลือกทรายและอาบแสงแรงร้อนของซีกโลกใต้ ว่ากันว่าชาวอังกฤษ กัปตันเจมส์ คุก เป็นผู้ขนานชื่อหมู่เกาะแห่งนี้โดยประหวัดนัยถึงบางตำบลกลางทะเลสก็อตแลนด์ ทว่ามันตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในเวลาต่อมา แม้ชื่อเสียงจะเพริดแพร้วในนามลากูนที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่โดยความเป็นจริง ชาวโลกรู้จักหมู่เกาะแห่งนี้น้อยมาก อย่าว่าแต่ชาวไทย

คุณสุมาลีเล่าว่า ในปี พ.ศ. 2525 ’รงค์ วงษ์สวรรค์ เดินทางไปพร้อมกับอากร ฮุนตระกูล

แล้วสายตาของนักเขียนก็ทอดผ่านนิตยสาร ‘ฟ้าเมืองไทย’ ถึงผู้อ่าน

มาลองเดาดูก่อนอ่านจริงกันว่า นักเขียนอย่าง ’รงค์แนะนำคนเหินห่างคนละฝั่งซีกโลก แทบไม่รู้จักกันถึงสองคน ผู้อ่านชาวไทยกับนิวเมีย ได้รู้จักกันอย่างไร

ในความเห็นของเรา นี่เป็นงานระดับเอตทัคคะโดยแท้

น่าแปลกที่สารคดีเรื่องนี้ไม่มีชื่อเรื่อง มีเพียงประโยคแนะนำตัวเองโดยบรรณาธิการอาจินต์ ปัญจพรรค์ สมคบกับผู้เขียนร่ายเรียงประโยคแนะนำตัวว่า ‘หลายบทบาทจากหมู่เกาะแพซิฟิคใต้’

ใช่เพราะความไม่มีชื่อเหมาะใจหรือไม่ที่ทำให้ต้นฉบับชุดนี้ซ่อนตัวอยู่ในแฟ้มไร้ชื่อบนปกนานกว่า 3 ทศวรรษ !!!

อย่างไรก็ตาม ทุกบททุกตอนก็มีชื่อย่อยพร้อมสรรพ เริ่มตั้งแต่บรรพ์แรกที่นักเขียนจากกรุงเทพฯ เผชิญหน้าสาวเมลานีเชียนเจ้าถิ่น บริจิตต์สวมแสงแดดจัดจ้านและรอยยิ้มของดอกชบานวดนาดขึ้นมาบนแป้นพิมพ์ดีด บทบาทเดียวกับที่พริ้ง ฟักทอง เดินสง่าผ่าเผยนำขบวน ‘เสเพลบอยชาวไร่’ ในครั้งกระโน้น

เราจึงแจ้งกับคุณสุมาลีว่า ขอยืมชื่อบท ‘บริจิตต์ ชบา ในไรแดด’ มาเป็นชื่อเรื่อง

และได้รับเอื้อเฟื้อตามนั้น

ต้องเรียนท่านผู้อ่านในท้ายที่สุดนี้ด้วยว่า กว่าจะมาเป็นหนังสือเล่มนี้ เราเป็นหนี้น้ำใจเพื่อนหนุ่มหลายคนของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ โดยเฉพาะหยาดเหงื่อและความเพียรของวีระยศ สำราญสุขทิวาเวทย์ ผู้ฉมังต้นฉบับหนังสือเก่า รวมทั้ง เอ้ พันธ์ศักดิ์ สุพงศกร ผู้ช่ำชาญในงานของ ’รงค์, ตูน บุ๊คเคโระ และกล้ารบ ฉายอรุณ ต้องเรียนด้วยว่ายังมีผลงานสืบค้นหนังสือหายากอีกหลายเล่มที่พวกเขาได้ช่วยอำนวยความเป็นจริงให้กับวงการหนังสือและสำนักพิมพ์ไรท์เตอร์ เราจะเล่าขานถึงความพิสดารของพวกเขาอีกหลายครั้งในลำดับต่อไป

หากแต่นาทีนี้ เป็นนาฑีของบริจิตต์ และดอกชบา
และ ไรแดด
และ ’รงค์ วงษ์สวรรค์


สำนักพิมพ์ไรท์เตอร์






วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรื่องสั้น :: ปลาหลงน้ำรัก ::


























ความพยายามของหมาจิ้งจอกจะกินปลาเป็นผล 
แม้ปลาตัวนั้นจะว่ายอยู่ในกระแสเชี่ยวของความดี....



ประวัติการพิมพ์
- ชาวกรุง (กุมภาพันธ์ 2511)
- หยาดน้ำหมึก (2511)
- อิสตรีอีโรติก (2545)

ชัดเจนตั้งแต่ชื่อเรื่องว่าต้องเป็นแนวอีโรติก เรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวที่มีชีวิตแต่งงานสมบูรณ์แบบ แต่กลับหลงเพริดไปเพราะจิ้งจอกล่าเหยื่อ!

พิมพ์ครั้งแรกใน ชาวกรุง ปี 2511 ภายใต้นามปากกา ปรูป บางกอก ยังไม่เคยถูกนำมารวมเล่ม ทว่าสามารถหาอ่านได้ง่ายที่สุดในหนังสือ อิสตรีอีโรติก (2545) รวมเรื่องสั้นของหลายนักเขียนโดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ อย่างไรก็ตาม การจัดพิมพ์ครั้งนี้มีจุดบกพร่องเรื่องถ้อยคำซึ่ง "ผิดคำผิดความหมาย" หรือกระทั่ง "ไม่มีความหมาย" หลายจุด คาดว่าใช้ต้นฉบับจากหนังสือ หยาดน้ำหมึก (2511) เพราะในหยาดน้ำหมึกผิดอย่างไร อิสตรีอีโรติกก็ผิดอย่างนั้น

ฉะนั้น รออ่านจากหนังสือรวมเรื่องสั้นของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในอนาคตที่จะนำเรื่องนี้มารวมไว้ดีกว่า เชื่อว่ามีแน่ๆ เมื่อไหร่เมื่อนั้น









วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

งานจรในนิตยสาร (3)


งานจร = งานเขียนบทเดียวจบในฉบับ
ส่วนใหญ่ในฐานะนักเขียนรับเชิญเพียงครั้งเดียว
หรือเป็นครั้งคราวตามแต่โอกาส
ไม่ได้เขียนประจำต่อเนื่อง
หรือเป็นนักเขียนขาประจำของนิตยสารนั้นๆ




















งานเขียน : 'รงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม) สัมภาษณ์ผู้หญิงชื่อน้อย คุณจะฝันเปียกถึงหล่อน หลังจากอ่านถึงบรรทัดสุดท้าย
นิตยสาร : หนุ่มสาว ฉบับมินิ 3, 15 ธันวาคม 2523 - 14 กุมภาพันธ์ 2524
ประวัติรวมเล่ม : -----


งานเขียน : ปฏิทิน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม)
นิตยสาร : แพรว ปีที่ 5 ฉบับที่ 118, 25 กรกฎาคม 2527
ประวัติรวมเล่ม : -----


งานเขียน : ไวน์สีกุหลาบในกลิ่นจำปี
นิตยสาร : WRITER ปีที่ 2 ฉบับที่ 24 กันยายน 2537
ประวัติรวมเล่ม : ส่วนหนึ่งใน ขี่ม้าชมดอกไม้


งานเขียน : การเดินทางเป็นสายตาของนักเขียน
นิตยสาร : อ.ส.ท. ปีที่ 38 ฉบับ 12 กรกฎาคม 2541
ประวัติรวมเล่ม : ----- 






วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

สนทนาประสานักเดินทาง กับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์



คัดจาก เยือนเชียงใหม่ ไต่ดอยสูง สนทนาประสานักเดินทาง กับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
นิตยสารยูงทอง 43 ฉบับรักเดินทาง กุมภาพันธ์ 2551



"เราได้เดินทางเราก็ได้เห็นโลก ถ้าคุณอยู่กับบ้านนะ คุณอยู่เชียงฮาย คุณบ่หันอ่ะหยัง ก็เห็นแม่บ้าน เดินไปมีต้นไม้กี่ต้น มีลำเหมืองกี่ลำเหมืองก็จบแล้ว ยิ่งไปก็จะยิ่งเห็น เห็นข้อเปรียบเทียบ"

"อาคิดว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการทำงานหนังสือพิมพ์ คิดว่าจะเสนอสิ่งที่เขามองข้าม หรือเขาไม่ทันเหลียวมอง เสนอให้เขาได้มอง"

"เป็นโรคนอนไม่หลับเวลาเดินทาง เขียนหนังสือง่ายที่สุด คือเขียนในที่คนเยอะๆ นั่งเขียนในร้านกาแฟ กินกาแฟ ดูดบุหรี่ไป เขียนหนังสือไป เขียนเสร็จก็เอาไปขาย"

"ถ้าเงียบๆ นะ มันเพ้อเจ้อ พอนั่งเงียบๆ มันจะเลื่อนลอย ปกติอาอยู่อย่างนี้ อาต้องเปิดวิทยุทั้งวัน"

"เปิดวิทยุเอเอ็มดีที่สุด คือเขาพูดในสิ่งที่เราไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่ขอให้มันมีอะไร ให้รู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว"

"เคยใฝ่ฝันแบบโง่ๆ ว่าจะเดินทางไปในอวกาศสักครั้ง เป็นไปไม่ได้แล้ว"

"ถึงเดี๋ยวนี้ไม่ได้เดินทาง มันก็มีองค์ประกอบในชีวิตที่ช่วยเยอะ ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หนังสือท่องเที่ยวดีๆ สนุก รายการโทรทัศน์ดีๆ ก็สนุก รายการท่องเที่ยว แต่มันน่าเสียดาย ที่ส่วนมากเป็นรายการของประเทศอื่น"

"เคยใฝ่ฝันว่าตัวเองอยากจะทำรายการสารคดีโทรทัศน์ ใฝ่ฝันไว้ แต่มันก็เลิกล้มความคิดนี้มานานแล้ว"







**ขอบคุณคุณปิยกุล ภูศรี เอื้อเฟื้อนิตยสารยูงทองฉบับนี้ 




วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558

สมุด-สมุด-สมุด


จำหน่ายในงานหนังสือที่ศูนย์ฯสิริกิติ์เมื่อหลายปีก่อน


สมุดฉีกจากงานฉลอง 50 ปี สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ปี 2555


สมุดบันทึก โปรโมชั่นในเทศกาล Armchair Book Fair # 3 ของสำนักพิมพ์ Openbooks ปี 2557