แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Life : จดหมาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Life : จดหมาย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

โปสการ์ดจาก วิลาศ มณีวัต ถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์



จาก BR ฉบับที่ 101 ตุลาคม 2523


Colo. Springs

23 สิงห์ 23

คุณ 'รงค์ ที่รัก + นับถือ

ผมกำลังอยู่ที่โคโลราโด สปริงส์ วานนี้แวะไปดมกลิ่นมหาเศรษฐีมริกันที่ Broadmoor Hotel ห่างจากบ้านผมเพียง 15 ก.ม.

อีกสองอาทิตย์จะแวะไปเยี่ยมใต้ถุนป่าคอนกรีตของคุณที่ S.F.

รัก + คิดถึง
วิลาศ มณีวัต





จดหมายถึง สุชาติ สวัสดิ์ศรี (2)



จาก เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 384
ประจำวันที่ 14 - 20 ตุลาคม พ.ศ.2542


สิงห์สนามหลวง

คลับคล้ายคลับคลาว่าในยุคยี่เกปราบคอมมิวนิสต์ เขามีคำสั่งแบบยี่เกว่าห้ามใช้ซองกับหัวจดหมายทางราชการที่พิมพ์รูปครุฑแดงแล้วให้ใช้ครุฑดำ คนทำหนังสือพิมพ์รุ่นเก่าคงจำได้ชัดเจนกว่า ลองสอบทาน

ยุคนั้นที่ครูอบเขียนอะไรนี้เราก็นั่งไม่ไกลกับท่าน

                                                                             รัก/คิดถึง
                                                                      'รงค์ วงษ์สวรรค์
                                                                           สวนทูนอิน
                                                               จันทร์ 20 กันยายน 2542







วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

จดหมายถึง สุชาติ สวัสดิ์ศรี (1)




จาก เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 255
ประจำวันที่ 25 เมษายน - 1 พฤษภาคม พ.ศ.2540







วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

จดหมายถึง เสถียร จันทิมาธร






ลงในคอลัมน์ ขอแสดงความนับถือ
มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับประจำวันที่ 4-10 เมษายน 2543
เพื่อบอกถึงเหตุที่ไม่สามารถส่งต้นฉบับได้









วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

จดหมายจาก 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ถึงเพื่อนนักเขียน



9 กันยายน 2543 วันนี้วันที่สวยงาม

เพื่อนนักเขียน ญาติน้ำหมึก และท่านผู้ทรงเกียรติ

ก่อนอื่นวินาทีนี้ ผม 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ขอขอบใจการได้รับเชิญ

และขอโทษที่ไม่สามารถปรากฏกาย

เนื่องจากความป่วยไข้ขัดขวางการเดินทาง

นี้ท่านทั้งปวงย่อมคาดคิดได้ว่าเป็นความปวดร้าวอย่างไรสำหรับคนเดินทาง

ครับ--ผมเป็นคนเดินทาง

ผมเคยถามตัวเองบ่อยหนว่า ได้พบอะไรบ้างในการเดินทาง?

แน่นอน! ผมพบคำตอบมากมาย

แต่ในวาระอันเป็นมงคลนี้

ขออนุญาตตอบด้วยพจนาของ สาธุคุณ แร็บไบ จูลิอัส กอร์ดอน ท่านตอบว่าอย่างไร? ท่านตอบอย่างนี้

คนเดินทางเขาพานพบกับ (1) ประสบการณ์อันผนึกแน่นในความทรงจำ

และหรือ (2) ประสบการณ์อันมิสามารถลืมเลือน

นั้นเป็นความจริง--ใช่ไหม?

ในนามของนักเขียนสารคดีการเดินทางท่องเที่ยว และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวในวงการตลอดมา น่ายินดีว่าเวลาผ่านมาถึงศตวรรษนี้ งานเขียนทำนองนี้ได้คลี่คลายหรือพัฒนาด้วยความบากบั่นพากเพียรของเพื่อนนักเขียน การสร้างสรรค์ในโลกสันนิวาสของเพื่อนนักเขียนเสนอผลงานออกมาหลากหลายรูปโฉม หลากรส และหลายรูปแบบพ้นจากความเป็นไกด์ บุ๊ค ตามขนบเก่า

หากว่าเป็นผลงานวรรณกรรมในอีกมิติอย่างงดงาม

การทำงาน และการทำงานหนักของนักเขียนสารคดีท่องเที่ยว สนองธุรกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นั้นไม่หมายถึงการเป็นตารางเวลาบอกเวลาของรถโดยสาร ขบวนรถไฟ เรือ หรือเครื่องบิน เท่านั้น

ไม่หมายถึงการบันทึกลม-ฟ้า-อากาศ

ไม่หมายถึงการเขียนแผนที่ด้วยตัวอักษร

โดยตรรกะว่า โลกไม่กว้างกว่าแผนที่

ไม่หมายถึงการเป็นเข็มทิศ หรือการบอกระยะไมล์เท่านั้น

แต่โดยการปรับระหว่างสองสาระ บทความกับนวนิยาย article กับ fiction โดยไม่ยากเกินกว่าความสามารถของเพื่อนนักเขียน แล้วก็ปรากฏออกมาเป็นผลงานน่าชื่นชม พาดพิงถึงชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และปรัชญา

สีสันของชีวิต และสีสันของความเคลื่อนไหว

ผมเองนั้นเชื่อในความคิดว่า : การเดินทางเป็นสายตาของนักเขียน การพบผู้คนหมายถึงการทำความเข้าใจกับชีวิตและโลก

ท่านทั้งปวงคงไม่ปฏิเสธ--ใช่ไหม?

นักเขียนไม่มีสิทธิ์ตัดพ้อความยากลำบาก และไม่อ้างความเหน็ดหน่าย

นักบวชนิกายเซนบางท่านสอนว่า

"ปลายทางของการเดินทางคือ ไม่มีปลายทาง..."

ขอเพื่อนนักเขียนโชคดีในการเดินทางนาทีข้างหน้า สวัสดี






หมายเหตุ : นับเป็นเรื่องเศร้าเมื่อนักเขียนสารคดีไม่สามารถเดินทางได้ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ จึงเขียนจดหมายมาแทน ในงาน อ.ส.ท. ไรเตอร์ ปาร์ตี้ ณ หอประชุม สำนักพิพิธภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 43 อ่านโดย ศิลา โคมฉาย

(ตีพิมพ์ใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ประจำวันที่ 17-23 กันยายน 2543)









วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554

จดหมายเปิดผนึกถึง อาจินต์ ปัญจพรรค์




งานเขียนของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไม่ได้เป็นแค่ตัวหนังสือเรียงพิมพ์บนกระดาษรอคนอ่าน แต่มีชีวิตตั้งแต่เป็นต้นฉบับเดินทางถึงมือบรรณาธิการ

เราจึงได้เห็นสำนวน จดหมายเปิดผนึกถึงบรรณาธิการ ในหลายวาระ โดยเฉพาะบรรณาธิการชื่อ อาจินต์ ปัญจพรรค์ จนแทบจะเป็นถ้อยความส่วนตัวระหว่างมิตรทั้งสองว่า จดหมายเปิดผนึกจาก 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ถึง อาจินต์ ปัญจพรรค์ ทั้งในบทบันทึกจากต่างแดนในลักษณะเล่าให้ฟัง หรือเกริ่นถึงงานเขียนขบวนต่อไปผ่านไปถึงผู้อ่าน...ตลอดระยะเวลาหลายปีของ ฟ้าเมืองไทย

อันที่จริง มิตรทั้งสองมีจดหมายเปิดผนึกถึงกันผ่านบทบาทนักเขียนกับบรรณาธิการตั้งแต่ช่วงเวลาที่ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ นิราศดิบอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่ อาจินต์ ปัญจพรรค์ คุมบังเหียน นิตยสารไทยโทรทัศน์รายเดือน ของไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม

จากข้อมูลที่อ้างอิงได้คือ นิตยสารไทยโทรทัศน์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 150 ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2509 คอลัมน์ ควันบุหรี่หลังแท่นพิมพ์ดีด 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เขียนจดหมายเปิดผนึกจากลอสแองเจลิสชื่อว่า จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 6 สาระแนถึงวงการโทรทัศน์อเมริกัน จาก 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ถึง อาจินต์ ปัญจพรรค์ เนื้อหาเป็นจดหมายซ้อนจดหมายอีกที เล่าถึงแม่บ้านอเมริกันการศึกษาไม่สูง 2 คน เขียนจดหมายถึงบรรณาธิการอย่างมีอารมณ์ เนื่องจากข้องใจกับความเห็นด้านลบของนักวิจารณ์ต่อรายการทีวีและดนตรีที่หล่อนๆ และชาวบ้านอีกมากมายชื่นชอบ ตามด้วยคำชี้แจงแย้งยั่วจากจุดยืนของนักวิจารณ์

ลงท้าย 'รงค์ วงษ์สวรรค์ บอกแก่อาจินต์ว่าการโต้ตอบยังไม่จบ ขอบรรเลงต่อในฉบับหน้า แสดงว่ายังมี จดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 7 ตามมา

นอกจากบนหน้านิตยสารแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน (มีนาคม 2509) 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้เขียนจดหมายตอบกลับอาจินต์จากแซน แฟรนซิสโก ก่อนที่อาจินต์จะนำมาเปิดผนึกปิดท้ายหนังสือรวมเรื่อง(สั้น) อาจินต์ โชว์ โดยใช้ชื่อว่า จดหมายข้ามฟ้าจาก 'รงค์ วงษ์สวรรค์

เนื้อความในจดหมายกล่าวขอบคุณที่อาจินต์ส่ง ธุรกิจบนขาอ่อน ไปให้ ความเห็นต่อเนื้อหาหนังสือและจดหมายของอาจินต์ที่เล่าเรื่องราวต่างๆ จนชวนให้คิดถึงบ้าน กระนั้น ใจความสำคัญของจดหมายฉบับนี้อยู่ที่ความกระตือรือร้นเห็นดีเห็นงามต่อเรื่องราวการก่อตั้ง สมาคมนักเขียน ถึงกับเสนอว่าจะเขียนนิยายเรื่องใหม่เอี่ยมให้อาจินต์จัดพิมพ์แล้วนำรายได้หักค่าใช้จ่ายยกให้สมาคม




"...อยู่กับกระดาษดินสอมานับเวลาก็ย่างเข้าสิบสี่ปีแล้ว รู้ถึงรสความทุกข์ยาก ความขมขื่น และความเอารัดเอาเปรียบ มาอย่างฝังอยู่ในหัวใจไม่ลืมได้ตลอดชีวิต

"ดังนั้น ถ้าจะมีการกระทำอย่างใดที่จะหมายถึงการผดุงส่งเสริมอาชีพนี้ ในทางที่ถูกที่ควร ขอสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง อย่างว่าจะเป็นสมาชิกเสียค่าบำรุงปีละสามสิบบาท เท่านั้นยังไม่พอ เลือดมันพล่าน หัวใจมันเคียดกว่านั้นนัก

"คิดแล้วห้านาทีและเป็นความคิดไม่เปลี่ยน เอาอย่างนี้ดีไหม 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไม่รวย แต่มือและความคิดมันยังไม่จนโว้ย มันให้คุณกับชีวิตอยู่พอสมพอควร ไม่เคยคิดจะอกตัญญูกระดาษและดินสอ

"ฉะนั้น อาจินต์ก็พอจะพิมพ์หนังสือขายเป็น เอาเรื่องของ 'รงค์ ไปพิมพ์ เรื่องเก่าอย่าไปหยิบ จะบรรเลงกันให้ครึกครื้นทั้งทีต้องเอาของใหม่ เขียนใหม่ดีกว่าและย่อมจะดีกว่าแน่นอน

"เพียงสิบกว่ายกขนาดถนัดมืออย่างนั้น ว่าสักเดือนก็ควรจะเสร็จ หรือสองเดือนก็ไม่สำคัญ มันไม่เหนื่อยยากอะไรนักหนา ถ้าใจมันจะทำละก็...

"หักค่ากระดาษค่าพิมพ์แล้ว เหลือกำไร สมาคมนักเขียนเอาไปครึ่ง อีกครึ่งขอให้ 'รงค์ ไว้ซื้อเหล้าซื้อชีวิตอันแพงในอเมริกา แต่-ก็ไม่รู้นะว่าการพิมพ์หนังสืออย่างที่จินต์ทำอยู่นั้นมันจะมีกำไรหรือเปล่า

"ก็เอาเป็นว่าถ้าได้น้อยก็ให้สมาคมหมดทุกบาททุกสตางค์ ไม่ต้องเป็นห่วง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไม่ตาย..."