แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Life : บางบทของชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Life : บางบทของชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หนังสือที่เกี่ยวเนื่องกับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์













อนุสรณ์


ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ (เล่มใหญ่) (ไรท์เตอร์ พ.2/57)

ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ (เล่มเล็ก)










ถ้อยคำสัมภาษณ์


'รงค์ วงษ์สวรรค์ บน Milestone เรท X / องอาจ ฤทธิ์ปรีชา (หนังสือทำมือ)

วานปีศาจตอบ (มติชน พ.1/49 / ฟรีฟอร์ม พ.2/52)

เสียงพูดสุดท้าย 'รงค์ วงษ์สวรรค์ / วรพจน์ พันธุ์พงศ์ (ไต้ฝุ่น พ.1-พ.2/52 / บางลำพู พ.3/57)











เนื่องจากงานเขียน


'รงค์ วงษ์สวรรค์ สำเริง (มติชน พ.1/39) 

พจนานุกรม 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ฉบับย่น พ.ศ.2547 (แจกฟรีกับนิตยสาร a day ฉบับที่ 41)

เพรียวนม (ไรท์เตอร์ พ.1/57)










เหลี่ยมมุมชีวิต


'รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้ยิ่งยงแห่งสวนทูนอิน / ถวัลย์ มาศจรัส (มิติใหม่ พ.1/39)

อินทรีผงาดฟ้า / ณรงค์ จันทร์เรือง (ประพันธ์สาส์น พ.1/52)

โบยบินอย่างอินทรี / ณรงค์ จันทร์เรือง (ประพันธ์สาส์น พ.1/52) 

Bridge สะพานข้ามเวลาของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ และเพื่อนหนุ่ม (โอเพ่นบุ๊กส์ พ.1/52)

สวนนักเขียน 'รงค์ วงษ์สวรรค์ / แพร จารุ + ถนอม ไชยวงษ์แก้ว (ถนอมแพร พ.1/53)








สนับสนุนโดย ร้านหนังสือ Book Eden

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เยือนสวนทูนอินหลังวันข่าวร้ายข่าวลือ



โดย น้องใหม่ ลูกนายายอาม
ผู้จัดการรายวัน, วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 1-2 มกราคม 2543


25 ธันวาคม ในขณะที่ใครหลายคนกำลังเฉลิมฉลองคืนวันคริสต์มาสและม่วนซื่นโฮแซวอยู่กับงานในกลุ่มในก้อนหลายต่ออีกหลายงานทั้ง ณ ชานเมือง และกรุงเทพฯ แต่ในวันเดียวกันนี้นั้น กลับมีกระแสข่าวเล่าลือว่า "พญาอินทรีแห่งฟ้าอักษร" 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เดินทางไปสู่สัมปรายภพเสียแล้ว

ผู้จัดการ-วรรณกรรม ทะยานด่วนสู่โป่งแยง เข้าไปยังสวนทูนอิน ถิ่นพำนักของนักเขียนรุ่นซูเปอร์เฮฟวี่เวตในทันทีที่ทราบข่าว เมื่อไปถึงแทนที่จะพบน้ำตาแห่งความโศกเศร้า กลับเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติอันเกิดมาจากอาการหลังหัวเราะหัวใคร่ในวงสนทนา

เรื่องราวซึ่งไม่ตรงกับข่าวลือเป็นอย่างไร เชิญมิตรสหายและท่านผู้อ่านที่เคารพรับรู้ไปด้วยกันตั้งแต่บรรทัดข้างล่างนี้เป็นต้นไป


อ่านเนื้อหา 

ส่วนที่ 1
ส่วนที่ 2
ส่วนที่ 3






วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

'รงค์ วงษ์สวรรค์ เล่นหนัง Saigon : The Year of the Cat (1983)

'รงค์ วงษ์สวรรค์ กับบทบาทรัฐมนตรีต่างประเทศ ในภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง Saigon : The Year of the Cat (1983) ของผู้กำกับ สตีเฟน เฟรียร์ส ที่มี จูดี้ เดนช์ แสดงนำ












เบื้องหลังการถ่ายทำ














วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

70 ปี กับปณิธานเช็ดแว่นอาจารย์หม่อม



จากเซ็คชั่น อาทิตย์ทอดวง หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน
ประจำวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 25-26 พฤษภาคม พ.ศ.2545



อ่านเนื้อหา
(ขยายภาพเพื่ออ่านโดยเปิดในแท็บหรือหน้าต่างใหม่)

ส่วนที่ 1
ส่วนที่ 2
ส่วนที่ 3







วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

'รงค์ วงษ์สวรรค์ พบชีวิตไม่มีคำถาม


ใช่-ในความรู้สึก ชีวิตไม่ใช่นวนิยาย การเคลื่อนไหวไปกับกลางวันและกลางคืนของกรุงเทพฯเป็นการท้าทาย แต่มันก็กลายเป็นความเหน็ดหน่ายได้เหมือนกัน แม้ว่าข้าพเจ้าจะหยุดอายุตัวเองไว้เพียง 28 เท่านั้น หลังจากผ่านผู้หญิงหลายคนและเมียหลายคน พบความสุขและความขมขื่น ความผิดพลาด ความร่ำรวยและความยากจน ความทรมานของกรณีพลัดพราก ความหึงหวงเข้มข้น และความเสเพลของข้าพเจ้าโดยไม่อาจปฏิเสธ แล้วเพื่อนหลายคนพิศวงว่าข้าพเจ้าทำไมไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่แซนแฟรนซิสโก กับคนนี้กับคนนั้น ข้าพเจ้าไม่มีคำตอบเหมือนกัน ในหลายกรณีความรักไม่มีเหตุผล แต่ข้าพเจ้าชอบใจผู้หญิงทุกคนที่เป็นทั้งนรกและสวรรค์ หรือเป็นทั้งสองแบบในคนเดียวกัน


10 มีนาคม 2515 ข้าพเจ้าแต่งงานหนแรก
(ไม่เคยแต่งงานอย่างมีพิธีมาก่อน)

กรกฎาคม พ.ศ.นี้ ลูกชายอายุสิบเก้าเดือน

ชื่อ-หำน้อย เป็นชื่อน่ารักน่าเอ็นดูของอีสาน

เมีย-เป็นผู้หญิงผู้ยินดีจะเป็นเมียนักเขียน หล่อนไม่แยแสกับความลำบากและความตึงเครียดทางการเงิน ชีวิตของเราคงราบรื่น ข้าพเจ้าไม่เคยถามหล่อนว่ามีความสุขไหม? กับผู้ชายซึ่งทำงานหลังแป้นพิมพ์ดีดวันละกว่าสิบชั่วโมง อ่านหนังสือคร่ำเคร่งจนลืมชมสีลิพสติคบนริมฝีปากหล่อน สูบบุหรี่-กินเหล้า-และไม่เคยชวนหล่อนไปงานแสดงแฟชั่น เราผ่านวันเวลาซึ่งรื่นเริงแบบเรียบขรึมในบ้านริมคลองร่มรื่น 


บางวันหล่อนเคยถาม "นกตัวนั้นหายไปไหน?"

บ้านเรามีนกหลายพันธุ์บินมาเป็นเพื่อนบนต้นไม้ และคุ้นเคยกับเราขนาดมายืนเอียงคอมองห่างกันแค่เอื้อมมือถึง บางตัวก็มาอาบน้ำกับหำน้อย

คำถามของหล่อนเป็นคำตอบเกี่ยวกับชีวิตของเรา

ชีวิตซึ่งเรามองหาความหวัง และลงทุนด้วยความลำบาก

ข้าพเจ้าคงจะเขียนรายละเอียดมากกว่านี้ได้ยาก ชีวิตไม่ใช่นวนิยาย แต่ความรักบางทีอาจเป็นนวนิยายได้ในไม่นานเกินรอ 


เพื่อนบางคนสัพยอกว่าทะลึ่งมีเมียอายุน้อยกว่ากันหลายปี

"มึงอย่ากังวล..." ข้าพเจ้าตอบด้วยชวนหวัวอเมริกันที่เคยได้ยินในไนท์คลับที่ล้าสเวกัส "ถ้ากูอายุเจ็ดสิบ เมียอายุยี่สิบสอง เผลอไม่นานพอเมียอายุครบร้อย กูก็เพิ่งร้อยสี่สิบแปดเท่านั้น มึงอย่าอิจฉา"

......


งานเขียนในนิตยสาร ไดอารี่คู่ชีวิต ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2518 ภายใต้ชื่อยาวๆ ว่า บนความเป็นหนุ่มหยุดอายุไว้เพียง 28 'รงค์ วงษ์สวรรค์ พบชีวิตไม่มีคำถาม

เป็นส่วนที่เขียนขึ้นใหม่เพื่อปิดท้ายเรื่องของ วิชล หนุ่มสังคมผู้เป็นอาภรณ์ประดับกรุงเทพฯ ซึ่งเคยเป็น 2 บทสุดท้ายในหนังสือ หนามดอกไม้ (ชื่อบท บรรจุหล่อนไว้ในความนิ่ง และ ชีวิตไม่ใช่นวนิยาย)

ใครที่ได้ชมภาพยนตร์สารคดี 'รงค์ วงษ์สวรรค์ อาจจะเห็นด้วยว่าหลายบรรทัดด้านบนนี้เป็น คำถาม-คำตอบ กับบางถ้อยคำในภาพยนตร์ได้อย่างดี...







วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในแคลิฟอร์เนียเหนือ

ในห้องพักที่แซน แฟรนซิสโก (ภาพจากหนังสืออนุสรณ์)

มีคำบอกเล่าและตัวอักษรของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ มากมายที่ถ่ายทอดเรื่องราวการนิราศดิบยังสหรัฐอเมริการะหว่าง พ.ศ.2506-2510 คราวนี้มาฟัง(อ่าน) คนอื่นเล่าถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ณ ยูเอสเอ กันบ้าง

บรรพต วีระสัย หรือชื่อและตำแหน่งในปัจจุบันคือ ศาสตราจารย์พิเศษ ดอกเตอร์จิรโชค วีระสัย หนึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง รับคำเชิญชวนจากนิตยสาร หนอนหนังสือ เขียนถึงการพบปะกับ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในช่วงที่ไปเรียนและพำนักอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ลงในฉบับเดือนมิถุนายน พ.ศ.2531

แม้เนื้อหาโดยรวมไม่ได้ลงรายละเอียดนักตามที่ผู้เขียนได้ออกตัวว่า "เป็นการย้อนทวนไปถึง 3 ทศวรรษ และความจำก็ดูกระท่อนกระแท่นไม่ต่อเนื่อง" แต่ก็พอให้เห็นภาพน่าสนใจในมุมของ ชุมชนคนไทยในแคลิฟอร์เนีย โดยในที่นี้จะตัดมาเฉพาะส่วนที่กล่าวถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ และสลับบางช่วงตอนที่เห็นว่ามีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน

......

"เมื่อคุณ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ มาอยู่ที่เบอร์คลีย์นั้น ย่อมเป็นข่าวที่พวกเรารับทราบกันอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะขณะนั้นแวดวงคนไทยในเบอร์คลีย์เป็นชุมชนขนาดเล็ก...

"ข้าพเจ้าเคยได้ยินกิตติศัพท์คุณ 'รงค์ ในฐานะนักเขียนประจำสยามรัฐ หรือสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ต่อมาได้สนทนาถูกอัธยาศัยในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับโลกแห่งวรรณกรรม ทั้งนี้เพราะข้าพเจ้าเป็นนักเรียนเตรียมอุดมศึกษาสายอักษรศาสตร์...

"คุณ 'รงค์เองอ่านหนังสือของตะวันตกมาก จำได้ที่คุณ 'รงค์ ชอบเอ่ยถึงคือ Tobacco Road ของ Erskine Caldwell นักประพันธ์อเมริกัน และ White Fang (คุณ 'รงค์ ชอบออกเสียงให้จำได้ง่ายๆ แบบไทยว่า ไว้ท์ฟาง) ของ Jack London....

"บ้านคุณ 'รงค์ อยู่ถนนอะไรนั้นจำไม่ได้ แต่คลับคล้ายคลับคลาว่าอยู่ไม่ห่างจากบ้านคุณชัยกับคุณบุญศิริ (โดนม) และในช่วงต้นที่ข้าพเจ้ารู้จักกับคุณ 'รงค์ นั้น มีนักเรียนไทยอีกคนหนึ่งซึ่งไปเยี่ยมเยียนคุณ 'รงค์ บ่อยๆ ได้แก่ คุณเกียรติศักดิ์ ดุละลัมพะ

"ทั้งคุณเกียรติศักดิ์และข้าพเจ้าแม้จะต่างวัยจากคุณ 'รงค์ ค่อนข้างมากก็ตาม แต่ก็วิสาสะกันได้ดี คงจะเป็นเพราะความชอบในการขีดๆ เขียนๆ ซึ่งมีอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ในระยะ 4-5 ปี ให้หลัง คุณ 'รงค์ ได้ย้ายบ้านไปอยู่ ณ นครโอคแลนด์ ซึ่งอยู่ถัดจากเบอร์คลีย์ไปและเป็นบ้านอยู่รวมกันหลายคน...

"ที่บ้านคุณ 'รงค์ ที่เบอร์คลีย์นั้น จำได้ว่าคุณ 'รงค์ ชอบดื่มเบียร์มาก และมีกระป๋องเบียร์ที่ดื่มแล้ววางไว้มากมาย การสนทนามีเรื่องเกี่ยวกับคุณ 'รงค์ เองว่า ทำไมจึงเปลี่ยนชื่อจากณรงค์ มาเป็น 'รงค์ การมีภูมิลำเนาดั้งเดิมมาจากจังหวัดราชบุรี และได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและการมีชีวิตเป็นนักเขียน

"คุณ 'รงค์ ได้เล่าถึงความเป็นอัจฉริยะของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งขณะเรียนที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ใช้วิธีท่องหนังสือแบบทำประโยคให้คล้องจองกัน และการที่มีความสามารถอ่านจับใจความหนังสือได้เร็วมาก เป็นต้น

"คุณ 'รงค์ ซึ่งมีวงเล็บว่า "หนุ่ม" นั้น แม้ว่าจะอาวุโสกว่าพวกเราส่วนใหญ่ แต่ก็เข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ทั้งในฐานะผู้ดูแลและผู้จัดกิจกรรม ในฐานะเป็นผู้ดูแลและผู้ร่วมสังสรรค์ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมกีฬา แคลิฟอร์เนียได้ชื่อว่าเป็นมลรัฐทอง อากาศดีเกือบตลอดปี ดังนั้น นักเรียนไทยมักเล่นกีฬาร่วมกัน กีฬาหนึ่งได้แก่ โบวลิ่ง



"กิจกรรมที่คุณ 'รงค์ มีบทบาทช่วยมาก ได้แก่ การทำหนังสือ ซึ่งช่วยทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ข้าพเจ้าเคยรับทำหน้าที่เป็นสาราณียกรของหนังสือประจำปีเล่มแรกของสมาคมไทยในแคลิฟอร์เนีย (TAC - Thai Association of California) มีชื่อว่า 'อัสดง' ซึ่งหมายถึงการที่แคลิฟอร์เนียอยู่ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา คุณ 'รงค์ ได้แนะนำให้ออกแบบรูปเล่มเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ...หนังสือที่คุณ 'รงค์ มีบทบาทโดยตรงได้แก่วารสาร (เชิงรายสะดวก) ของสมาคมไทยในแคลิฟอร์เนีย

"โดยที่คุณ 'รงค์ เป็นผู้ที่มีผู้รู้จักแพร่หลายแม้ในวงนักวิชาการชาวต่างประเทศซึ่งสนใจวรรณกรรมไทย ดังนั้นต่อมาคุณ 'รงค์ จึงได้มีที่ทำงานอยู่ที่ภาควิชามานุษยวิทยา (anthropology) ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย โดยทำงานร่วมกับ ดร.เฮอร์เบอร์ด ฟิลลิปส์

"ต่อมาคุณ 'รงค์ ได้ย้ายจากฝั่งเบอร์คลีย์ไปยังฝั่งนครซานฟรานซิสโก... ได้ทำตนเข้ากับนครนี้อย่างดี ดังปรากฏในงานเขียนต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่อง 'ใต้ถุนป่าคอนกรีท' คุณ 'รงค์ เช่าบ้านอยู่กับ คุณนรา เขียวแก้ว (ทำงานอยู่องค์การโทรศัพท์ขณะนี้) และ คุณสงคราม (เข้าใจว่านามสกุลพยุงพงศ์) และอาจมีคนไทยอื่นๆ อีก

"คุณ 'รงค์ ชอบศึกษาชีวิตคนอเมริกันในมิติต่างๆ และได้ไปพำนักอยู่ใน แอล.เอ.ระยะหนึ่ง คุณ 'รงค์ เคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดเสริมต่อจากเรื่อง เมืองมายา ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เข้าใจว่า คุณ 'รงค์ คงได้เข้าไปคลุกคลีในระยะใกล้ชิดพอควร

"ก่อนกลับประเทศไทยหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในแคลิฟอร์เนียเหนือหลายปี คุณ 'รงค์ มาพำนักอยู่ที่นครโอคแลนด์ ซึ่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของนครซานฟรานซิสโก จำได้ว่าได้คุยทางโทรศัพท์กับคุณ 'รงค์ และเล่าถึงการจะแวะเยี่ยมญี่ปุ่นก่อนกลับไทย คงประมาณปี ค.ศ.1967 (พ.ศ.2510) ..."




วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554

นาฑีที่ถูกทาบทามเป็นรัฐมนตรี



คนแบบ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ (หนุ่ม) รับเชิญเป็นรัฐมนตรี

มิถุนายน 2525 จันทร์ 12.15 น. ผมนั่งกินเหล้าแค็มปารีผสมโซดาประดับมะนาวฝานในห้องจามจุรี อิมพีเรียล และรอผู้หญิงบางคน...! เหล้าองุ่นอิตาลีสกุลนี้สวยเหมือนกุหลาบแต่กลิ่นเหมือนรากไม้เผาไฟดองแอลกอฮอล์ รสนวลและดีกรีอ่อนลูบไล้อารมณ์ในเวลาที่ไม่ต้องการความรุนแรงของวิสกี้ ผู้หญิงคนนั้นผมไม่อยากให้หล่อนมาพบเวลาเที่ยงตรง หล่อนควรมาสายสิบนาทีหรือสิบห้านาทีเพื่อใครและใครที่มาถึงก่อนสังคมกรุงเทพฯ-มีโอกาสได้มองความสวยของหล่อน ผมไม่หวงถ้าใครอยากเล่นรักกับหล่อนบ้างด้วยสายตา แต่ผมจะไม่ยินยอมให้ใครล่วงล้ำหล่อนมากกว่านั้น...! ผมไม่แยแสกับนินทาว่าร้ายของสังคม ทั้งที่เป็นความจริงว่าผมถูกรบกวนความเป็นส่วนตัวเสมอในการใช้ชีวิตแบบของผม ผู้คนที่ไม่พยายามปลดปล่อยตัวเองสู่วงจรเสรีภาพแห่งความรัก และรวมทั้งผู้คนประเภทมือถือสากปากคาบคัมภีร์ พากันถือสิทธิ์โดยไม่ชอบธรรมเพื่อจะกำหนดขอบเขตศีลธรรมของผู้อื่น

เพื่อนบางคนผู้กลับจากปารีสเคยถามว่า

"สังคมบางด้านของกรุงเทพฯเป็นอย่างไร"

ผมยักไหล่

"ครับ-ก็คงเหมือนยี่สิบปีก่อนน่ะแหละคุณ...! เศร้ากว่าเม็ดน้ำตา! กลุ้มกว่าเม็ดแอสไพริน! ผู้คนระดับไฮท์โซไซเอตี้สนใจกับเรื่องผัวเมียคนอื่นมากกว่าของตัวเองในห้องนอนที่บ้าน! และมักทึกทักว่าความเป็นเพื่อนระหว่างเพศจะต้องมีอะไรแฝงเร้นทุกกรณี! ครับ-มันค่อนข้างอันตราย...ถ้าคุณชวนผู้หญิงดินเนอร์สองต่อสอง! อันตรายจากพิษน้ำลายในปากสังคม!"

ผมตอบอย่างนั้น แต่ผมพร้อมจะตอบโต้ทุกรูปแบบกับใครก็ตามผู้พยายามล่วงละเมิดสิทธิ์

เปล่า! ผมไม่ใช่เพลย์บอยตามที่หมายถึงโดยมาตรฐานของนิตยสารฉบับนั้น ผมเป็นผู้ชายบางคนเท่านั้น ผมรักดอกไม้ ผมรักเหล้าสกุลดี ผมรักเพลงแจ๊ซซ์และผมรักกัญชา ผมรักรถยนต์ และผมรักผู้หญิง

เวลากินเหล้าผมพูดเกี่ยวกับการเมืองบ้าง แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธจะพูดถึงแม่ม่ายบางคน หล่อนจบชีวิตสองคืนก่อนโดยเจตนากินแวเลี่ยมเกินพิกัดของมิลลิแกรมที่นายแพทย์อนุญาตให้กล่อมประสาท ชีวิตขาดรสรักและรสสวาท ความสวย-ความร่ำรวย-ความเป็นผู้ดี-และความมีจิตใจงดงามไม่มีผลตอบแทนอย่างยุติธรรมกับหล่อนบ้างเลย หล่อนไม่ใช่เหยื่อคนแรกและคนสุดท้ายของสังคม ผมพูดถึงหล่อนด้วยความคารวะกว่าผู้ชายบางคนมีความรู้สึกกับโอลีฟว์ในแก้วมาร์ทินีของเขา

แค็มปารีผสมโซดา...

ผมครุ่นคิดถึงผู้หญิงอีกคน ผมเพิ่งเขียนถึงหล่อนใน-นินทากรุงเทพฯ เดลินิวส์ ฉบับวันจันทร์ที่ผ่านมา

 ลานา เทอร์เนอร์ 62 กะรัต ดาราฮอลลีวู้ดและผู้หญิงสวยไม่เคยโรยกลีบ พูดหลายประโยคด้วยความจริงใจกับชีวิต "ดิฉันกับเซ็กส์ไม่ใช่ของอย่างเดียวกันค่ะ..." การแต่งงานเจ็ดหนและการเล่นรักกับผู้ชายหลายคนนั้นไม่หมายถึงความสุขและเสพย์สม หล่อนผิดหวังกับใครหลายคน และหล่อนได้เพียงบางอย่างจากบางคนและไม่ได้อะไรบ้างเลยก็มีเหมือนกัน! หล่อนไม่โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองเท่ากับไม่ใช่ความผิดของเขา! ผู้ชายบางคนหล่อนไม่รักเขาแต่เขาบูชาหล่อน (และบางคนกลับกัน) ในบัญชีรายชื่อผู้ชายเหล่านั้นรวมทั้งมิลเลียนแนร์ โฮเวอร์ด ฮิวจ์ นักกล้าม เล็กซ์ บาร์เคอร์ นักเล่นรัก ไทโรน พาวเวอร์ อาร์ตี้ ชอว์ โรเบอร์ท อิทัน และนักเลงมาเฟีย จอห์นนี่ สต็อมพินาโต้ แต่หล่อนปฏิเสธเกี่ยวกับคล้าร์ค เกเบิ้ล หล่อนพูดว่า "งานเป็นงาน! ดิฉันไม่เล่นรักกับผู้ชายที่ดิฉันนับถือค่ะ!"

การนินทาของผมไม่ว่าร้าย!

และไม่พยายามสร้างความปวดร้าวให้กับผู้ถูกนินทา!

นี้ผมถือเป็นจรรยาบรรณ!


12.30 น. ผมรู้สึกว่ากำลังถูกมองโดยใครบางคนจากสทูลหน้าบาร์ และหล่อนเป็นผู้หญิงประกายตาสีขาบ (บลู) ผมยิ้มกับหล่อนตามมารยาท ยิ้มแบบสุภาพบุรุษที่แขวนเน็คไทไว้กับคอเชิ้ร์ท หล่อนยิ้มตอบบนริมฝีปาก และเบี่ยงก้นลงจากสทูลนั้นเดินมา...

"ขอโทษ-ดิฉันรบกวนคุณหรือเปล่า?"

"......!" ผมยักไหล่

"เพื่อนบางคนแนะนำว่าดิฉันควรมองคุณค่ะ ดิฉันลงมาจากห้องหมายเลข 204 สิบกว่านาทีแล้ว นานพอจะสร้างจินตนาการกับความเคลื่อนไหวของคุณ..."

สำเนียงในประโยคบอกว่าหล่อนควรเป็นผู้หญิงอังกฤษ

"เชิญนั่ง-ถ้าไม่รังเกียจว่านาทีไหนก็ได้เพื่อนผมจะมาตามนัดหมาย"

"เกิร์ลเฟร็นด์?" หล่อนยิ้ม

"เพื่อน และบังเอิญหล่อนเป็นผู้หญิง!"

ผมยิ้มตอบด้วยแววตาของหมาจิ้งจอกป่าคอนกรีต

"ซูซี่ ฟิกจิส ชื่อของดิฉันค่ะ"

หล่อนนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามพร้อมกับมือถือเหยือกเบียร์

".........." ผมแนะนำตัวเองบ้าง

"ดิฉันเป็นฝ่ายหาผู้แสดงให้กับกองถ่ายภาพยนตร์ - ไซก็อน"

ตำแหน่งของหล่อนหมายถึง-casting director

ไซก็อน-ไซง่อน-SAIGON



ผมเคยอ่านพบบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่าบริษัท Thames-T.V. ยกกองถ่ายมาพักบนชั้นสองของอิมพีเรียล ดาราและผู้กำกับการแสดง และผู้ร่วมงานหลายระดับจากช่างแต่งหน้าถึงช่างไฟและช่างไม้ จำนวนหลายสิบคนเดินกันขวักไขว่บนล็อบบี้ ในบาร์พี้พ-อินน์ ในจิมมี่'ส คิชเช็น และคืนวานใน ทิวดอร์ กริลล์ รูม อากร ฮุนตระกูล ผู้ประสบความสำเร็จกับธุรกิจโรงแรมนี้เปิดแชมเพญให้กับวันเกิดของใครบางคนซึ่งเป็นนักแสดงระดับดารา

และ-ผมไม่รู้อะไรมากกว่านั้น

"ค่ะ-ดิฉันกำลังมองหาบุคลิกแบบคนรวยมหาศาลและมีอำนาจแต่ใบหน้าของเขาแบบเอเชี่ยน คนที่มีภาระมากมายแต่ดูผิวเผินเหมือนไร้สาระ เขาเป็นนักการเมืองระดับสูงนะคะ แต่เขาใช้เวลาในกระทรวงน้อยกว่าในสโมสรกับเหล้า ไพ่ และผู้หญิง! เขาเป็นคนทรยศเพื่อนและคนโกงประชาชน! เขาไม่เคยไว้วางใจใครแม้แต่ตัวเองหรือพระในโบสถ์! แต่เขาไม่สำนึกในบาป! เขาฉลาดเหมือนงูพิษในป่าดิบแต่ในบางด้านของสีสันเป็นผู้ชายมีเสน่ห์! ค่ะ-บุคลิกแบบเพลย์บอย และเขาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ!"

"คุณพบใครคนนั้นหรือยัง?"

"ดิฉันกำลังพูดกับเขาแล้วค่ะ!"

"...!" ผมสบถก่อนเรียกหล่อนอย่างถือวิสาสะ "ซูซี่-รู้ไหมคุณกำลังพูดกับใครนาฑีนี้?"

"ไม่-อือม์...งานของดิฉันบางทีก็ไม่มีเวลาจะสอบถามอะไรกับใครมากนัก คุณคงไม่คิดว่าดิฉันจาบจ้วงเอากับคุณเกินควรนะคะ และไม่มีมารยาท ขอโทษ-คุณเป็นใคร?"

"ผมก็ไม่เคยแน่ใจว่าผมเป็นใครแท้จริง!" ผมยักไหล่เย่อหยิ่ง "แต่ผมเคยได้ยินหลายคนพูดกันว่าผมเป็นนักเขียน..."

"......!"

"วันเวลาผ่านมา และผมโดนกล่าวหาว่าเป็นนักเขียนอาวุโสของประเทศนี้"

"..........!"

ซูซี่ ฟิกจิส นิ่งก่อนลูบนิ้วลบฟองเบียร์บนริมฝีปาก








หมายเหตุ : งานเขียนในนิตยสารโลกดารา ปีที่ 13 ฉบับที่ 300, 31 ตุลาคม พ.ศ.2525 ซึ่ง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เล่าถึงตอนที่ถูกทาบทามให้รับบทรัฐมนตรี ในหนังสำหรับฉายทางโทรทัศน์ของอังกฤษเรื่อง Saigon: Year of the Cat (1983) ของผู้กำกับ สตีเฟ็น เฟรียส์

สำหรับ ซูซี่ ฟิกจิส (Susie Figgis) ที่กล่าวถึง ทุกวันนี้ยังเป็น Casting Director ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่เคารพนับถือในแวดวงหนังอังกฤษ เป็น Casting Director ขาประจำให้กับ นีล จอร์แดน (The Crying Game) หลายเรื่องของ ทิม เบอร์ตัน (Alice in Wonderland) และร่วมงานกับผู้กำกับชื่อดังนับไม่ถ้วน หนังเรื่องล่าสุดที่เธอมีส่วนร่วม (Casting by) ซึ่งเข้าฉายในไทยคือ The Tourist (2010) ที่มี จอห์นนี่ เด็ปป์ ประกบกับ แองเจลินา โจลี่