วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

update 27-03-55 : หนังสือที่มีงานเขียนของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์


นาคร/สิบเรื่องสั้น / ค่ะ-ดิฉันจะอยู่อีกสักคืน / ประภัสสร เสวิกุล 2516

ผู้หญิงในชีวิต / มาดเกี้ยว / บรรณกิจ 2518

บูชาคุณแม่ นางพินิจภูวดล / แกงส้มผักบุ้ง 22.00 น. + พยอมผู้ว้าเหว่ / ครอบครัวพินิจภูวดล 2518

เพชร 7 สี / หมาป่าสองตัวกับลูกแกะสำส่อนในป่าคอนกรีต / อำนวยสาส์น 2519





หมายเหตุ : บูชาคุณแม่ นางพินิจภูวดล เป็นหนังสืออนุสรณ์งานศพ ทว่า งานเขียนของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในเล่มนี้เป็นเรื่องสั้น ไม่ใช่บทความไว้อาลัยหรือเขียนถึงผู้เสียชีวิต จึงเหมาะจะรวมไว้ในรายการ หนังสือที่มีงานเขียนของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ แทนที่จะรวมไว้ในรายการ ข้อเขียนในหนังสืออนุสรณ์ ซึ่งจะนำเสนอในโอกาสต่อไป














* ขอบคุณ คุณ Toon Gardener เอื้อเฟื้อข้อมูล ผู้หญิงในชีวิต และ เพชร 7 สี

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

'รงค์ วงษ์สวรรค์ พบชีวิตไม่มีคำถาม


ใช่-ในความรู้สึก ชีวิตไม่ใช่นวนิยาย การเคลื่อนไหวไปกับกลางวันและกลางคืนของกรุงเทพฯเป็นการท้าทาย แต่มันก็กลายเป็นความเหน็ดหน่ายได้เหมือนกัน แม้ว่าข้าพเจ้าจะหยุดอายุตัวเองไว้เพียง 28 เท่านั้น หลังจากผ่านผู้หญิงหลายคนและเมียหลายคน พบความสุขและความขมขื่น ความผิดพลาด ความร่ำรวยและความยากจน ความทรมานของกรณีพลัดพราก ความหึงหวงเข้มข้น และความเสเพลของข้าพเจ้าโดยไม่อาจปฏิเสธ แล้วเพื่อนหลายคนพิศวงว่าข้าพเจ้าทำไมไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่แซนแฟรนซิสโก กับคนนี้กับคนนั้น ข้าพเจ้าไม่มีคำตอบเหมือนกัน ในหลายกรณีความรักไม่มีเหตุผล แต่ข้าพเจ้าชอบใจผู้หญิงทุกคนที่เป็นทั้งนรกและสวรรค์ หรือเป็นทั้งสองแบบในคนเดียวกัน


10 มีนาคม 2515 ข้าพเจ้าแต่งงานหนแรก
(ไม่เคยแต่งงานอย่างมีพิธีมาก่อน)

กรกฎาคม พ.ศ.นี้ ลูกชายอายุสิบเก้าเดือน

ชื่อ-หำน้อย เป็นชื่อน่ารักน่าเอ็นดูของอีสาน

เมีย-เป็นผู้หญิงผู้ยินดีจะเป็นเมียนักเขียน หล่อนไม่แยแสกับความลำบากและความตึงเครียดทางการเงิน ชีวิตของเราคงราบรื่น ข้าพเจ้าไม่เคยถามหล่อนว่ามีความสุขไหม? กับผู้ชายซึ่งทำงานหลังแป้นพิมพ์ดีดวันละกว่าสิบชั่วโมง อ่านหนังสือคร่ำเคร่งจนลืมชมสีลิพสติคบนริมฝีปากหล่อน สูบบุหรี่-กินเหล้า-และไม่เคยชวนหล่อนไปงานแสดงแฟชั่น เราผ่านวันเวลาซึ่งรื่นเริงแบบเรียบขรึมในบ้านริมคลองร่มรื่น 


บางวันหล่อนเคยถาม "นกตัวนั้นหายไปไหน?"

บ้านเรามีนกหลายพันธุ์บินมาเป็นเพื่อนบนต้นไม้ และคุ้นเคยกับเราขนาดมายืนเอียงคอมองห่างกันแค่เอื้อมมือถึง บางตัวก็มาอาบน้ำกับหำน้อย

คำถามของหล่อนเป็นคำตอบเกี่ยวกับชีวิตของเรา

ชีวิตซึ่งเรามองหาความหวัง และลงทุนด้วยความลำบาก

ข้าพเจ้าคงจะเขียนรายละเอียดมากกว่านี้ได้ยาก ชีวิตไม่ใช่นวนิยาย แต่ความรักบางทีอาจเป็นนวนิยายได้ในไม่นานเกินรอ 


เพื่อนบางคนสัพยอกว่าทะลึ่งมีเมียอายุน้อยกว่ากันหลายปี

"มึงอย่ากังวล..." ข้าพเจ้าตอบด้วยชวนหวัวอเมริกันที่เคยได้ยินในไนท์คลับที่ล้าสเวกัส "ถ้ากูอายุเจ็ดสิบ เมียอายุยี่สิบสอง เผลอไม่นานพอเมียอายุครบร้อย กูก็เพิ่งร้อยสี่สิบแปดเท่านั้น มึงอย่าอิจฉา"

......


งานเขียนในนิตยสาร ไดอารี่คู่ชีวิต ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2518 ภายใต้ชื่อยาวๆ ว่า บนความเป็นหนุ่มหยุดอายุไว้เพียง 28 'รงค์ วงษ์สวรรค์ พบชีวิตไม่มีคำถาม

เป็นส่วนที่เขียนขึ้นใหม่เพื่อปิดท้ายเรื่องของ วิชล หนุ่มสังคมผู้เป็นอาภรณ์ประดับกรุงเทพฯ ซึ่งเคยเป็น 2 บทสุดท้ายในหนังสือ หนามดอกไม้ (ชื่อบท บรรจุหล่อนไว้ในความนิ่ง และ ชีวิตไม่ใช่นวนิยาย)

ใครที่ได้ชมภาพยนตร์สารคดี 'รงค์ วงษ์สวรรค์ อาจจะเห็นด้วยว่าหลายบรรทัดด้านบนนี้เป็น คำถาม-คำตอบ กับบางถ้อยคำในภาพยนตร์ได้อย่างดี...







วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อาจินต์ ปัญจพรรค์ มอง 'รงค์ วงษ์สวรรค์

งานเขียนของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ในหนังสือ จากเหมืองแร่สู่เมืองหลวง พ.ศ.2514




นั่นยังไงเล่า 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เขายืนอยู่นั่น ไมใช่...ไม่ใช่ อย่ามัวรอให้ข้าพเจ้าชี้อยู่เลย ข้าพเจ้าไม่ได้ชี้ด้วยนิ้วมือ แต่ชำเลืองตาชี้ให้ท่านดูชื่อของเขาในหนังสือ พฤษภาคม อุไร มาดูชายหนวดดกคนนี้ในหนังสือ อย่าไปดูเขาเดินขึ้นกระไดโรงพิมพ์สยามรัฐ หรือเดินบิดตูดอยุ่ในไนท์คลับใต้ถุนคอนกรีทของกรุงเทพฯเลย

...อย่าไปดูที่เขาแต่งตัว ทั้งๆ ที่เขาอยากให้ข้าพเจ้าดูถึงกับแกล้งเดินมาบังหน้าในขณะที่ข้าพเจ้าเลือกซื้อเนคไท เขาจะอวดสีเสื้อที่ดูแล้วเคืองลูกนัยน์ตา พลางบังคับให้ข้าพเจ้าเห็นดีงามกับแฟชั่น เซ็กส์ แอพพีล ที่ที่เสื้อตัวนั้นมันเจาะช่องโหว่ตรงสีข้างเอาไว้ดื้อๆ แล้วเมื่อข้าพเจ้าขอร้องให้เขาใส่เสื้อนอกผูกเนคไทเสียเถิด เพราะเวลาเขาแต่งเช่นนั้นเขามีทรวดทรงสง่าสมวัยเหลือเกิน เขาก็เชื่อ (เชื่อเฉพาะวันเผาศพผู้ใหญ่) ต่อจากนั้นแล้วเขาจะเล็กเช่อร์ว่าเสรีภาพในการแต่งกายแสดงถึงความเป็นมนุษย์แท้ที่ไม่แส่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในกติกาที่มนุษย์สร้างขึ้นมาข่มเหงมนุษย์ด้วยกันเองและข่มเหงตัวคนคิดเอง

...เขาจะบอกถึงยี่ห้อเสื้อตัวนั้น บอกถึงประเทศที่ตัดเย็บมา

อิ แ ท เ ลี่ ย น นะโว้ย

ข้าพเจ้าก็เคลิบเคลิ้มไป อยากจะมองเห็นตัวเองมุดอยู่ในเสื้อตัวนั้นบ้าง แต่ไหล่และอกของข้าพเจ้ามันคนละตระกูลกับเขา แม้แต่เสื้อมองตากู ข้าพเจ้าก็ไม่มีวาสนาทรงที่จะได้สวม



เอากางเกง...มาดูกางเกง...นี่มันกางเกงฝรั่งหรือกางเกงญี่ปุ่นกันนี่หว่า อย่าไปดูสีและรูปทรงเลย เขาไปแกล้งหาไอ้ที่มันเนื้อนุ่มจะเป็นกำมะหยี่ก็ไม่ใช่, ยีน-ก็ไม่ใช่ กระสอบก็ไม่ใช่ สีเฝื่อนๆ คำว่าหย่อน ยาน เทิบทาบ เอามาใช้ผสมกันได้หมด แต่เวลาเขาสวมแล้วไม่ยักเสียทรง เหมือนกับว่าผู้ออกแบบกางเกงแบบนี้รู้ว่า มีชายคนหนึ่งคือคนนี้สวมได้สบายตัว

เกือกเล่า หนังกลับเป็นขุยละเอียดสีม่วงฝาดหุ้มข้อและหุ้มฝุ่นเสียจนความไฉไลนั้นได้กลายเป็นหม่นหมอง...อา...หม่นหมอง เหมาะเหลือเกิน คำนี้เหมาะนัก มันเด่นพรวดพราดจากเบื้องต่ำทะยานขึ้นไปรับกับแววตาของเขาจนได้ ข้าพเจ้าเชื่อว่าเขาคงจะไม่หาว่าข้าพเจ้าดูหมิ่นเขาถึงขนาดเอาเกือกมาเทียบกับนัยน์ตา ไม่โกรธที่เอาของต่ำไปเปรียบกับของสูงเช่นนั้น 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ไม่ยอมรับว่ามีอะไรสูงอะไรต่ำนอกจากภูมิปัญญา เขาเองมิใช่หรือที่รักนักรักหนากับไอ้เกือกที่เป็นรถยนตร์แห่งตีนของเขา ตราบจนกระทั่งถึงบัดที่เขาได้รถยนตร์มาเป็นเกือกเสียแล้ว

เขาเองเคยเขียนเรื่องของเกือกอย่างพิถีพิถันลงใน เดลินิวส์ ฉบับวันพุธมาแล้ว เขากล่าวถึงเกือกต่างๆ ที่พลุกพล่านกันอยู่บนถนนและบนเพดาน

เขาเขียนได้ทุกอย่าง แมงวันของเขาพูดได้ เท่านั้นยังไม่พอ เงาสีม่วงของตีนผาที่สาดเฉียงไปยังก้นเหวในชนบทเปลี่ยวของเขาก็มีความหยิ่งจนไม่ยอมเรียกให้คนไปเขียนรูปของมัน



เรามาดูนาฬิกาข้อมือกันหน่อย หรือว่าจะดูสร้อยข้อมือหรือสร้อยคอเส้นเท่าหนวดกุ้ง, หรือจะสร้อยเกษาซึ่งบรรยายเสียเลยว่ามันน่าขลิบเอาไปทำปลายพู่กัน

ทีนี้เราย้อนไปถึงนาฬิกาข้อมือ ซึ่งเราได้สืบมาว่าในสมัยหนุ่มเมื่อเขาตะบันชีวิตอย่างหั่นแหลกนั้น นาฬิกาของเขามิได้มีไว้เพื่อดูเวลานัดผู้หญิง แต่มันมีไว้เพื่อเวลาขาดเงิน นี่อาจจะเป็นการดูหมิ่นเพื่อนในสายตาของสุภาพบุรุษบางประเภท แต่คนอย่างพวกเราที่มาคบหากันแม้ในเวลาแก่ๆ เช่นนี้  เราเห็นว่า :-

การจำนำเป็นเกียรติยศอย่างหนึ่งของผู้ชาย อย่างน้อยก็ผู้ชายประเภทไม่ไถเงินเพื่อน หากยินดีไถความโอ่อ่าและเกียรติยศของเราเอง ก็นาฬิกาเรือนนี้มันเป็นของข้าพเจ้ามิใช่หรือ?

นาฬิกาที่เขาซื้อมาจากอเมริกาเรือนเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะทรงอิฐบางบัวทองแต่เล็กย่อส่วนลงเศษหนึ่งส่วนร้อย, เหลือโตเท่าเม็ดหมากฝรั่งชิคเล็ท แต่เป็นเหลี่ยม สายของมันหรือก็สมชื่อสาย คือเป็นสร้อยเงินเกี่ยวกระหวัดกันเป็นห่วงๆ ปล่อยให้รูดถึงหลังมือเมื่อเวลานั่งเอาท้องแขนชันเข่า แล้วไอ้นาฬิกาและสายนี้จะรุนขึ้นมาได้ถึงครึ่งท้องแขนในเวลายกมือขึ้นโบกดับเทียนบนหิ้ง.. เทียน ซึ่งมีเปลวสีดำที่ใช้จุดอ่านพระธรรมบท (เขียนเลียนสำนวนของ)

มันไม่ใช่นาฬิกา

แต่มันเป็นเพื่อนแก้เหงาที่กอดเคลียข้อมืออันแสนเหงาของเขา คนอย่าง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เหงาไปหมดทั้งตัว... พูดได้ว่าอย่างนั้นในบางหน (หลังจุดสามจุดนั้นเป็นสำนวนของเขาที่ข้าพเจ้าจำมาผิดๆ)

หนวกกุ้งที่ไม่เคยทำให้ 'รงค์ ต้องนอนสะดุ้งจนเรือนไหว...คือสร้อยทองเส้นเท่าหนวดกุ้งที่เขามัดติดกับต้นคอแล้วห้อยพระเครื่ององค์เล็ก มันรัดคอจริงๆ ราวกับว่าเขาพร้อมที่จะตายด้วยการขันชะเนาะสร้อยนั้นเขาไปอีกนิดเดียว หากว่าใครเอาสร้อยทองหนักสิบบาทไปบังคับให้เขาสวมในวันที่จะถูกเชิญไปพล่ามเรื่อง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ และการแต่งกายของเขา เขาเกลียดสร้อยทองเส้นใหญ่!

นี่ข้าพเจ้าเขียนอะไร? 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ในตัวหนังสือหรือนอกตัวหนังสือกันนี่



เอื้อมมือหยิบ พฤษภาคม อุไร ที่หล่นอยู่ตรงนั้นเอามาดูหน้าปก

นั่นไง ปลาตะเพียน เจ้าหนุ่มหนวดคนนี้พูดมานานนักหนา ตั้งแต่กลับจากอเมริกาสู่แผ่นดินแห่งยุงว่าถ้าเขาจะมีสัญลักษณ์ประจำตัวสักอย่างมันต้องเป็นปลาตะเพียน...

มันจะมีความหมายว่าเป็นปลาที่เขาชอบเนื้อเนียนของมันหรือจะเพื่อรำลึกว่าเมื่อเด็กๆ เขานอนเปลให้แม่ไกว คนรุ่นเรามีพวงปลาตะเพียนทำด้วยใบลานทาสีแดงสีเขียวบนเนื้อใบลานที่มีสีเหลืองเอง เป็นปลาตะเพียน 1 ชุด ตัวใหญ่สุดอยู่บนสุด แล้วที่ปากกับที่หางของมันจะห้อยเส้นด้ายโยงปลาตะเพียนขนาดรองลงมา และจากตะเพียนตัวรองๆ นี้ก็จะมีด้ายห้อยจากปากและหางหย่อนปลาตะเพียนตัวเล็กลงมาเป็นลำดับ เราเด็กๆ นอนดูมันหมุนช้าๆ เพราะแรงลม หรือมันแกว่งตัวของมันเองจากเพดาน มันช่วยให้เราหยุดร้องไห้หิวนม มันทำให้เราจำได้มาจนบัดนี้ว่าเครื่องเล่นของเด็กสมัยเราชิ้นแรก คือปลาตะเพียน

หนุ่มหนวดเสื้อสีแปร๊ดคนนี้จะนึกอย่างนี้หรือเปล่าในการเอารูปปลาตะเพียนมาทำสัญลักษณ์บนปกหนังสือของเขา ข้าพเจ้าไม่ทราบ ตัวเขาเองเท่านั้นที่จะเป็นคน ไม่ทราบ

เอาเรื่องตะเพียนกันอีกหน่อย ถ้าท่านยังไม่เบื่อ ถึงเบื่อก็ต้องเอาเพราะข้าพเจ้ายังไม่เบื่อนี่โว้ย (สำนวนเจ้าของสัญลักษณ์ปลาตะเพียน)



เมื่อเขากลับมาจากอเมริกาตะบันเขียนใต้ถุนป่าคอนกรีท หลังแอ่นแต้

"ฉันจะเอาปลาตะเพียนเป็นเครื่องหมายประจำตัว น้องชายฉันจะเขียนให้ มันอุตส่าห์ไปซื้อปลาตะเพียนจากตลาดมาทำแบบ" เขาพูดกับข้าพเจ้า

"แล้วไง"

"มันเขียนไม่ได้อย่างใจมัน เลยเอาไปทอดแกล้มเหล้า" บัดนี้ เขามีปลาตะเพียนบนหน้าปกหนังสือของเขา...หนังสือชุดชื่อเดือน-นามสกุลเดา



ข้าพเจ้าเคยบอกกับเขาว่า กระบวนหนังสือของเขานั้นข้าพเจ้าชอบ เด็กกองขยะ กับ สัมภาษณ์ทองอ่อน ยุกตะนันท์ กับ สนทนากับผู้เขียนเรื่องจับตาย (มนัส จรรยงค์) และ นิ ร า ศ ดิ บ ข้าพเจ้าสัญญาว่าด้วยความไม่เป็นประสาในการวิจารณ์หนังสือนี่แหละ ข้าพเจ้าจะวิจารณ์ นิราศดิบ ให้เขาเป็นที่ระลึกแห่งชีวิต แม้จะขยายขี้เท่อก็ยอมละ จะเอาความชอบที่จริงๆ นี่แหละเป็นมนต์ป้องกันตัวมิให้ใครด่า-ว่ากระแดะมาวิจารณ์หนังสือทำไม ในเมื่อยังไม่ได้เรียนวิชานี้

"แล้วเมื่อไหร่ท่านอาจารย์ถึงจะวิจารณ์" เขาด่าข้าพเจ้า

"ยังอ่านไม่จบ"

"แล้วทำไมท่านอาจารย์ไม่อ่านให้จบ"

"เพราะต้องค่อยๆ อ่านให้ซึ้ง"

"แล้วดันมาหลอกว่าจะวิจารณ์ให้ดีใจทำไมวะ" ว่าแล้วเขาก็เอาหนังสือ นิราศดิบ ของเขามาให้อีกเล่มหนึ่ง

"จะให้วิจารณ์เล่มไหน" ข้าพเจ้าถาม

"ไอ้บ้า! เรื่องเดียวกัน"

"แล้วทำไมต้องให้สองเล่ม"

"ประชด"

"ทำไมต้องประชด"

"เพราะคนอย่างเราไม่ใช้กำลังกายกันเสียแล้ว"

"ทำไมไม่ใช้ เราเจริญแล้วหรือ"

"มิได้" เขาตอบ "มันไม่มีกำลังน่ะซี--เชี่ยท"

(ไอ้คำว่า เชี่ยท นี่ดูเหมือนจะแปลว่าอุจจาระ ชิท)

หวนกลับมายังหนังสือของเขาอีกหน...

พฤษภาคม อุไร

มีชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาฉลาด แต่แกล้งแต่งกายให้มันมอมแมม เคาะประตูห้องเข้ามายื่นหนังสือให้ข้าพเจ้า

"พี่ปุ๊ให้เปิดดูหน้าแรก" เขารับออร์เด้อร์นั้นจาก 'รงค์ วงษ์สวรรค์ มาออร์เด้อร์ข้าพเจ้า

ข้าพเจ้านึกกลัว ทุกครั้งที่มีใครให้เปิดดูอะไรละก็เป็นได้ดูดีเสมอ นอกจากข้าพเจ้าจะคิดเปิดด้วยตัวเอง

การถูกหลอกให้เปิดดูอะไรนี้มีตั้งแต่ สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ กลับจากญี่ปุ่นคราวหนึ่งในคราว  เขาเอาไพ่ป๊อกรูปโป๊มาให้เป็นของฝาก พอจับกล่องจะลุ้นเนื้อไพ่ออกมา ก็

"แปล๊บ..."

สะดุ้งมือชา เพราะมันมีไฟฟ้าข้างในทำไว้ดูดคนมือบอน

แล้วก็ยังมีอีกตั้งหลายอย่างล้วนเป็นกล่องที่ยั่วยวนให้เปิดดูทั้งนั้น เช่นกล่องเครื่องแต่งหน้าของผู้หญิง พอเปิดผับลูกหนูยางก็จะกระโดดออกมา ดีไม่ดีเข้าไปในอกเสื้อชั้นในของนางละก็ถึงกับต้องด่า (ในใจ) นั่นว่าถึงเรื่องกล่องหลอกคน-หลอกผู้หญิง

ทีนี้มาดู หนังสือเล่มนี้ที่เขาให้มา เขาจะให้ดูอะไรของเขาหรือหว่า

แข็งใจแง้มเหมือนบี้ไพ่ซึ่งมี 12 แต้ม แล้วจะหาเลข 9

อาจินต์ ที่รัก
ช่วยกรุณาฝากเงินมากับเด็กจำนวน 7 บาท 
ถือว่าเป็นเล่มประเดิม-เอามงคล
'รงค์ วงษ์สวรรค์

มันเป็นอุไรเล่มแรกจริงๆ ในโลกที่เขาแงะออกมาจากมือคนทำปก

หนังสือนี้มีค่าเหลือเกิน หากเราถือคติว่าหนังสือ BACK NUMBER มีค่าสูงกว่าก๊อปปี้ที่พิมพ์ตามมา

ใครที่คิดคำใหม่ๆ ขึ้นมาใช้แล้วเดินเข้าพจนานุกรมได้ ขอความกรุณาคิดคำที่ซึ้งกว่า 'ขอบใจ' มาให้ที

ข้าพเจ้าจะรอคำนั้นแม้จะตายเสียก่อน ก็จะรอกล่าวแก่ 'รงค์ วงษ์สวรรค์

ข้าพเจ้าตอบไป

'รงค์
ให้มา 10 บาท ไม่ต้องทอนที่เหลือ 3 บาทนั้นแกล้งซื้อ "ฟ้าเมืองไทย" ออกวันพฤหัสมาอ่านดูมั่งซี ใครก็ไม่รู้เขียน "ใต้ถุนป่าคอนกรีท" สุนทรบรรลัยเลย
อาจินต์











วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แฟ้มภาพ # 3 : เบิร์ธเดย์ในอินเดีย

กรวดน้ำในวันเกิดที่วัดไทยพุทธคยา พ.ศ.2529

7 นักเดินทางจากแดนไทย








จากหนังสือ ฉีกกลีบจำปีแขก

โดย ขรรค์ชัย บุนปาน สมหมาย ปาริจฉัตต์ และ ลิขิต จงสกุล

สนพ.มติชน พ.ศ.2530









วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

Collection : สนิมสร้อย


พิมพ์ครั้งแรก สำนักพิมพ์ผดุงศึกษา มีนาคม พ.ศ.2504

พิมพ์ครั้งที่ 2 สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น แบ่งเป็น 3 เล่ม
  • สนิมสร้อย พฤษภาคม พ.ศ.2512
  • ฝันกลางวันในฤดูฝน สิงหาคม พ.ศ.2512
  • ลาก่อนกลางคืนยอดรัก พฤศจิกายน พ.ศ.2512


พิมพ์ครั้งที่ 3 สำนักหนังสือสายคำ พฤษภาคม พ.ศ.2529

พิมพ์ครั้งที่ 4 สำนักพิมพ์ฅนวรรณกรรม เมษายน พ.ศ.2534


พิมพ์ครั้งที่ 5 แพรวสำนักพิมพ์ มกราคม พ.ศ.2541

พิมพ์ครั้งที่ 6 แพรวสำนักพิมพ์ มีนาคม พ.ศ.2542

พิมพ์ครั้งที่ 7 แพรวสำนักพิมพ์ มกราคม พ.ศ.2545

พิมพ์ครั้งที่ 8 แพรวสำนักพิมพ์ กันยายน พ.ศ.2546








วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

สารคดี 'รงค์ วงษ์สวรรค์ (2555)


เข้าฉาย 17-18 มีนาคม 2555
โรงภาพยนตร์ลิโด้มัลติเพล็กซ์ กรุงเทพฯ
รอบ 16.30 น. และ 18.30 น.
วันละสองรอบ สองวันเท่านั้น

ชม Official Trailer